กินอิ่ม นอนหลับ

ช่วงนี้ Happy ครับ กินอิ่ม นอนหลับ  เลยไม่ค่อยได้จับ Blog มาเขียนอะไรเท่าไหร่

อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งมองปัญหาเดิมๆที่เคยเหมือนใหญ่
มองไป มองไป มันดูเล็กลง…….
ส่วนหนึ่งมาจากธรรมะของท่าน ว.วชิระเมธี ด้วยจ้ะ

wowachiramethee

ท่าน ว. เขียนธรรมมะให้อ่านง่าย อ่านสบาย ….
ทำให้ซึมซับเข้าสมองหนาๆของเราได้อย่างไม่ยากนัก
ต้องขอบคุณ หนูปุ๊ก ที่ยกหนังสือของท่านมาให้ 8-9 เล่ม
เลยอ่านได้จุใจไปอีกนาน 

การงานก็ไปได้ดีอย่าง งง ตัวเองเหมือนกัน
ผลของงาน และบุญเก่าคงช่วยสนับสนุน ค้ำจุนได้อย่างดี

ตอนนี้อยู่กับการ backup , restore , alert , update , create
ตัว MySQL ตลอดเวลา หลับฝัน ละเมอหา กันเลยทีเดียว

ผู้ใหญ่ที่เคารพ นับถือ บอกว่าให้หาเวลา ทำสมาธิ สวดมนต์ บ่อยๆ
และจบท้ายประโยคก่อนจากกันว่า

มี คือ ไม่มี  จำไว้ ลิ้มทรงธรรม ( ท่านเรียกเราด้วยนามสกุลตลอด )

ข้อคิดจากพี่โอ๋ ระจัน

ความจริงก็ติดตามอ่านงานพี่โอ๋ (ระจัน) มาบ้าง และก็ทราบว่าพี่โอ๋อยู่ในบอร์ด F0nt.com ก็เลยเป็นแฟนงานเขียนพี่โอ๋แบบ invisible ตลอดมา จนประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้วเจอ กระจู๋นึง (ในนั้นเขาเรียก กระจู๋ แทน กระทู้ นะ ไม่ได้ลามก)  เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ พี่โอ๋เปิดโรงเรียนสอนศิลปะด้วย และก็เอาความรู้มาแลกเปลี่ยนให้ฟัง ชอบกับแก่นการทำงานของแกมาก (เลยอยากเอามาแปะไว้ แบ่งปัน และกันตัวเองลืม)

เหมือนตอนนี้ผมทำโรงเรียน
ตั้งไว้ 4 ข้อ คือสิ่งที่ผมมีดีกว่าคนอื่น จะผลักดันให้ถึงที่สุด
สิ่งที่ผมกะที่อื่นมีพอๆ กัน ก็จะรักษาอย่าให้แพ้
สิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้ แต่ยังสูสี ผมก็จะไม่ยอมปล่อยให้ขาดลอย
และสิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้เลย ก็พยายามอย่าให้เขาเอามาเป็นข้อได้เปรียบเรานัก
นี่เป็นการตลาดที่ผมว่าเองเออ เองไปตามเรื่อง

โดยพี่โอ๋ ระจัน

 

พอได้อ่านแล้วรู้สึกว่า เออ ประโยคนี้มันเปลี่ยนทัศนคติของเราแฮะ เรามีโอกาศได้มองในมุมอีกมุมหนึ่งผ่านแง่คิดของคนอื่น
ตอนนี้ก็เลยประกาศตัวเป็นแฟนคลับพี่โอ๋ไปแล้ว

เพื่อนเก่า

นานละที่ห่างหายจากอดีตในบางช่วงบางตอนของการมีชีวิต ณ.ที่ๆหนึ่ง ณ.ช่วงๆหนึ่ง ณ.เวลาหนึ่งๆ
แต่ก็มีเหตุบางอย่างมาสะกิดให้ฉุกคิด และโหยหา

โลกของ Internet ทำให้เจอหลายๆคนได้อย่างง่ายดาย การต้อนรับช่างอบอุ่น และงดงาม
รุ่นน้อง(สุดที่รัก)คนหนึ่งเขียนใน diary จำกัดความถึงคำว่า “สุขนิยม”  ได้ใจเราดีนัก (อยากทำให้ได้เหมือนแกจังว่ะแน้ม)

หลายๆคน ดำเนินชีวิตแตกต่างกันออกไป หลายคนไม่จำเป็นต้องโหยหาอดีตเหมือนเรา เพราะเก็บอดีตติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน(น่าอิจฉาเป็นที่สุด)
ตูนบอกว่า “ถ้าแก คิดได้ว่าแกหายไปไหนมาไม่ติดต่อเพื่อนๆ แกเล่าให้ฉันฟังหน่อย”
เอ้บอกว่า “ดีละ นู๊ดแกจะได้มากระโดดพร้อมกับพวกเรา”
ไอ้โชบอกว่า “กูก็ทิ้ง mail ไว้ใน web มหาลัย เผื่อหมามันผ่านมาเจอ”

ความอบอุ่น และภาพอดีตที่เคยฝังใจ ในช่วงเวลาหนึ่ง ทยอยเดินทางกลับมาหา

อย่างน้อยก็เป็นที่พักพิง ในช่วงเจ็บปวด ช่วงนี้ได้…

-|| สัดส่วนชีวิตที่ยัง สุขนิยมไม่ได้ ||-
แม่ไม่ค่อยสบาย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แต่อยากมีเวลา และอยากอยู่ใกล้ๆแม่
ป๋าก็ดูเหงาๆไป  เหตุผลมาจากเรื่อ งเดิมๆ ที่เรายังช่วยได้ไม่หมด
อยากให้พี่ชายได้ทำงานตามที่ตัวเองฝัน แต่งงาน มีครอบครัว
พี่สาวก็ต้องทำงานอื่นที่ไม่ชอบเพราะเรา แถมยังกำลังมีปัญหา(ห่วยๆ)  และต้องเหนื่อยมากขึ้น 
น้องชายเพิ่งจบ อยากให้ทำงานใกล้ๆ ไม่อยากให้ไปไหนไกลๆ เป็นห่วง
สุดที่รักก็เหนื่อยสุดหัวใจ ที่ต้องเจอกับผู้บังคับบัญชาควายๆ และยังคงต้องใช้เวลาเยียวยา

รายรับของการทำงาน

รายรับของคนเรา เวลาทำงาน มี 3 แบบ

  1. อยู่เฉย ไม่ต้องทำอะไรแล้วได้เงิน แสดงว่า เอ็งเก่ง
  2. ทำงาน แลกเงิน เอ็งจะได้รับความภาคภูมิใจ
  3. ทำงานไม่ได้เงิน เอ็งจะได้ บุญ

โดยพี่รังษี   ขอบคุณมากครับ